ต้องการใบเสนอราคากรุณาติดต่อที่ Email : Sale@spiritpc.com Tel : 099-320-1152 �ID LINE : 0993201152

 สำหรับสมาชิก
อีเมล์ 
รหัสผ่าน 
ลืมรหัสผ่าน?

 


การเลือกซื้อ Notebook

1.แบรนด์ดัง ย่อมแพง แต่ก็ตอบแทนด้วยคุณภาพดี และระยะยาวปัญหาจุกจิกกวนใจน้อย แต่ทุนจำกัดก็จำเป็นต้องเลือกแบรนด์กลางๆ ให้ดูที่ Warranty เป็นหลัก เอาแบบ 3 ปีได้ดีที่สุด แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็น 1 ปี 2.ก่อนจ่ายตังค์ ถามย้ำให้มั่น มีใบ VAT และเอกสารรับประกันที่เรียบร้อย เพราะส่วนใหญ่เกือบ 100% ร้านจะบอกว่า ไม่ต้องใช้หรอกใบเสร็จ ศูนย์จะตรวจจากวอยบนสินค้า ซึ่งโกหก ตอแหล 3. ก่อนซื้อต้องได้เปิดเป็น 1 ชั่วโมงอย่างต่ำ ดูความร้อนบริเวณวางมือพักตอนพิมพ์ และปัญหาไฟรั่ว ถ้าร้อนและคุณยังทนได้ (ถ้าไม่กลัวมือด้าน) ก็ถือว่าOK 4.ตรวจ Dead / Hot Pixels ง่ายๆ ก็คือทำให้เดสก์ทอปเป็นสีพื้น สำคัญนะ ทำทุกสี อย่าเชื่อผู้ขายว่า ทำสีดำก็พอ ตอแหลอีกครับ สำหรับผมจะมีโปรแกรมทดสอบ Dead Pixels หากใครต้องการก็ติดต่อมานะครับ

5. อันนี้ตรวจยากมาก การชาร์จแบต เพราะกว่าจะเต็ม กว่าจะคายหมด ก็ล่อไปเกินครึ่งวันแล้ว ให้ตรวจภายใน 7 วัน และย้ำกับทางร้านว่า ถ้าสินค้ามีปัญหาเปลี่ยนตัวใหม่ใน 7 วัน เป็นลายลักษณ์อักษรนะครับ ไม่เช่นนั้นจะถูกหักหลังได้ 6. ram ครับ ไม่น่าเชื่อ เขาถอดแรมของจริงไปขายกันครับ แล้วใส่แรมปลอมให้ ต้องให้คนรู้เก่งสักหน่อยนะ เรื่องนี้ ไปเป็นเพื่อน ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี 7.ไม่น่าเชื่ออีกนั้นแหละ สาย AC ของ adapter ชอร์ตจนขาดข้างในได้ครับ ไม่อยากเอ่ยยี่ห้อ แต่เป็นมากกว่า 1 ยี่ห้อ
8.ตรวจสภาพตัวถัง คีย์ รูเสียบให้ดี มีบิดเบี้ยว ถลอก หรือรอยขูดงัดใดๆ หรือไม่
9.OS ที่มากับเครื่องตรงไหม ลองใช้แผ่น Recovery CD ด้วยใน 7 วันนั้น
10.รีบลงทะเบียนกับศูนย์ หรือโทรไปขอข้อมูล (โดยเฉพาะก่อนซื้อ) บางเรื่องรู้หลังซื้อแล้วก็ต้องร้องไห้อย่างเดียว
11.เช็ครายการสินค้าที่มีมาให้ครบ ยอมเสียเวลาหน่อย พวกสาย พวก manual พวก CD/DVD
12.ลองให้หมดทุกอย่างที่มีบนเครื่อง ใน 7 วันที่ยังเปลี่ยนเครื่องได้ ใช้ทุกพอร์ต ทุกรู ลงซอฟต์แวร์ที่ต้องใช้งาน และลอง burn-in ถ้าแรมไม่ดี ฮาร์ดดิสก์แย่ๆ ก็จะป๊อกหยุดแฮงก์ไปเลย รีบเอาไปเปลี่ยนเครื่องใหม่ ที่มา :: www.thainotebook.com

------------------------------------------------------------------------------------------------------

วิธีการเลือกซื้อ Netbook

โดยทั่วไป NETBOOK จะมีการรับประกันแค่ปีเดียวเท่าๆกันหมดทุกยี่ห้อ(เนื่องจากกำไรค่อนข้างน้อย) ดังนั้นการจะเลือกซื้อควรซื้อยี่ห้อที่มีการบริการหลังการขายค่อนข้างดี 1. CPU ของ netbook แนะนำให้ใช้ intel ATOM เป็นหลักเนื่องจากใช้พลังงานน้อยทำให้ใช้งาน netbook ได้นาน N280 นั้นเป็นรหัสของ ATOM รุ่นแรกๆที่ออกมา(ค่อนข้างนานแล้ว) หากจะต้องจจ่ายแพงกว่าสัก 1-2000 เพื่อให้ได้ ATOM รุ่น N 450 ก็ถือว่าคุ้มค่านะด้วยการทำงานที่ค่อนข้างรวดเร็วกว่าพอสมควร (ขอเตือนไว้ก่อนว่า cPU intel ATOM นั้นมีความสามารถที่ค่อนข้างต่ำ ใช้ได้เฉพาะการดูหนังระดับ DVD เล่น net หรือ ทำงานเอกสารเท่านั้น)

2. RAM จะ DDR2 หรือ 3 ก็ไม่ค่อยต่างกันมากนัก สิ่งที่สำคัญคือขนาดมากกว่า เนื่องจากมีช่องใส่แรมช่องเดียว
ดังนั้นจึงแนะนำให้เลือกรุ่นที่มี ram มาให้ 2gb แต่แรก (แต่ไม่ serious เพราะสามารถไปซื้อเปลี่ยนเองได้โดยง่ายโดยที่ราคาไม่ถึง 1500) 3. การ์ดจอ >>> mostly แล้ว มันเป็น on board ซึ่ง intel 4500HD สามารถเล่นหนังคุณภาพ DVD และใช้งาน window7 ได้สบายๆ (ถามว่าควรซื้อ netbook ที่รองรับหนัง HD หรือไม่? ในอนาคตหรือบางรุ่นที่วางจำหน่ายแล้วแต่แพงอาจจะรองรับ แต่ด้วยข้อจำกัดของ netbook ที่จอเล็กกว่า fullHD อยู่แล้ว HDD ก็ไม่มาก แนะนำให้ซื้อ notebook หรือ PC มาดูดีกว่าไปเสียตังกับ netbookราคาแพง) 4. HDD มีทั้งแบบธรรมดา ซึ่งข้อดีของมันคือความจุสูง 250gb++ และราคาถูก กับ solid state hDD ทีมีความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลสูงกว่าประหยัดไฟกว่า(ราคาก็แพงกว่า) แต่มักมีความจุน้อยถ้าเป็นน้องๆผู้หญิงที่ไม่ได้ใช้งานหรือเก็บไฟล์อะไรมากมาย แนะนำให้ซื้อแบบ SSD มากกว่า เพราะ เบา ประหยัดไฟ และเร็ว (แต่พวกราคาต่ำกว่า 15000 มักเป็น HDD notebook ธรรมดาซะหมด เพราะคนไทยชอบ BIT) 5. monitor มี 2 ชนิดคือ LCD กับ LED ซึ่ง LED จะให้ภาพที่สว่าง คมชัด และประหยัดไฟกว่า ตัวจอมีน้ำหนักเบากว่า และบางกว่า แต่ที่สำคัญแพงกว่า 555555 ซึ่ง netbook เดกี๋ยวนี้ส่วยมากก็หันมาเลือกใช้จอชนิดนี้ซะเยอะ แต่ถ้าแนะนำก็ขอบอกเลยว่าให้เลือกจอ LED จะดีกว่าส่วนปัจจุบันแต่ละค่าย notebook ก็พยายาม up ขนาดจอให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย(บางยี่ห้อมีถึง 12 นิ้ว ซึ่งเกือบจะหกลุด definition ของ netbookซะแล้ว)แต่อันนี้แล้วแต่คนชอบถ้าสะดวกพกพาหรือซื้อไว้ดูหนังจะเลือกจอใหญ่หน่อย 6. wireless bluetooth card reader เป็นสิ่งที่ควรมีอยู่แล้วก็ดี 7. ช่องต่อ USB port ควรดูด้วยว่าให้มากี่ช่อง(ถ้าได้ 3 ช่องขึ้นไปจะดีมาก mouse1 handy drive1 printer1)

------------------------------------------------------------------------------------------------------

วิธีการเลือกซื้อ Computer PC

1. ไมโครโปรเซสเซอร์
ไมโครโปรเซสเซอร์เป็นส่วนที่มีราคาแพงที่สุด ไมโครโปรเซสเซอร์สำหรับเครื่อง Windows จะผลิตโดย Intel และ AMD สำหรับเครื่อง Apples จะผลิตโดย IBM และ Motorola และนี่เป็นคำแนะนำข้อแรก นั่นคือ ไม่ควรกังวลมากเกินไปว่าใครเป็นผู้ผลิตชิพ เนื่องจากผู้ผลิตทั้ง 4 รายต่างดีหมด สำหรับเครื่อง Windows คุณสามารถเลือกใช้ชิพรุ่นต่างๆ ได้ เช่น AMD Athlon XP, Intel Pentium 4 และ Intel Celeron ซึ่งเป็นชิพราคาประหยัด ส่วน Pentium 4 และ Athlon XP เป็นชิพระดับสูง สำหรับ Pentium 4 ซึ่งเป็นชิพที่มีความเร็วสูงสุดจะรันอยู่ที่ 3.2 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นความเร็วที่สูงมาก แต่ก็มีราคาแพงมากเช่นกัน ส่วนชิพรุ่นใกล้เคียงกันคือชิพ AMD รุ่น 3200+ จะมีราคาต่ำกว่าเล็กน้อยคุณอาจต้องใช้ชิพความเร็วสูงเหล่านี้ หากคุณต้องตัดต่อวิดีโอ หรือทำงานเกี่ยวกับการออกแบบที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วย (CAD) หรือใช้เล่นเกมส์ขั้นสูง หากคุณไม่ต้องใช้งานดังกล่าว ให้พิจารณาชิพที่มีความเร็ว 2.4 GHz ถึง 2.6 GHz (หรือ 2400+ to 2600+ ในเครื่องที่ใช้ชิพ AMD) ซึ่งมีราคาถูกกว่า และมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับชิพราคาสูงชิพ Celeron ของ Intel เป็นชิพราคาประหยัด หากคุณใช้คอมพิวเตอร์ในงานสำนักงานทั่วไปและท่องเน็ต คุณอาจไม่เห็นความแตกต่างระหว่างชิพ Celeron รุ่นสูงกับชิพ Pentium 4 ที่มีความเร็วเท่ากัน แต่คุณสามารถประหยัดเงินได้บางส่วนหากใช้ชิพ Celeron ชิพ Apple และ AMD ทำงานด้วยความเร็วที่ช้ากว่าชิพที่ผลิตจาก Intel โดยที่ AMD ใช้เครื่องหมาย + ในชื่อรุ่น เช่น 3200+ เพื่อต้องการสื่อความหมายว่าชิพนั้นมีความเร็วมากกว่าไมโครโปรเซสเซอร์ของ Intel ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงทำงานช้ากว่า และจากการทดสอบผลที่ได้ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นการทดสอบในห้องปฏิบัติการ ในการใช้งานคุณจะไม่เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนApple อ้างว่าเครื่องระดับสูงของตนมีความเร็วกว่าเครื่องที่รันด้วย Windows นั่นก็ยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ และมีเว็บไซต์ต่างๆ ที่โจมตีข้ออ้างดังกล่าวของ Apple ชิพของ Apple รันด้วยความเร็วที่ต่ำกว่ามาก จึงเป็นการยากที่จะเปรียบเทียบกันโดยตรง และหากว่าคุณสนใจที่จะใช้เครื่อง Apple ให้ทำการทดสอบเปรียบเทียบกับเครื่อง Windows ในร้านจำหน่าย เครื่อง Apple มีราคาแพงกว่าเครื่อง Windows ทั้ง Apple และ AMD ต่างก็มีไมโครโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ขนาด 64 บิต (รุ่นของ Windows จะวางจำหน่ายในครึ่งปีแรกของปี 2004) และสามารถประมวลผลข้อมูลได้ด้วยความเร็วเป็น 2 เท่าของชิพขนาด 32 บิต แต่ในปัจจุบันยังไม่มีโปรแกรมใดที่สามารถใช้ประโยชน์จากประสิทธิภาพนี้ได้ ในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ แต่สำหรับขณะนี้ ชิพราคาแพงเหล่านี้ยังไม่สามารถใช้ให้คุ้มค่าได้

2.ระบบปฏิบัติการ
การเปรียบเทียบระหว่าง Windows XP และ OS X ของ Apple ก็มีความยากลำบากเช่นกัน แต่ก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้น ทั้งสองชนิดมีความเสถียรและความเร็วพอกัน คุณอาจพอใจที่จะใช้เครื่องใดเครื่องหนึ่งก็ได้ Windows XP มีอยู่ 2 รุ่น คือ Home และ Professional โดย Windows XP Professional เป็นรุ่นที่ใหญ่กว่ารุ่น Home คือมีคุณสมบัติดีๆ ทั้งหมดของรุ่น Home เสริมด้วยคุณสมบัติอื่นๆ ซึ่งส่วนมากเป็นความสามารถด้านเครือข่าย Professional จะแพงกว่าประมาณ $200 (AUD) ขึ้นไป แต่รุ่นดังกล่าวมีคุณลักษณะที่มีประโยชน์อยู่หลายประการ เช่น เดสก์ท็อประยะไกล ที่ให้คุณเข้าใช้คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง ตัวอย่างเช่น คุณสามารถล็อกออนเข้าเครื่องที่สำนักงานได้จากบ้านและเช็คอีเมลของคุณได้ และยังให้คุณสามารถเข้ารหัสไฟล์และโฟลเดอร์ได้อีกด้วย 3. หน่วยความจำ RAM (RandomAccessMemory)คุณต้องใช้หน่วยความจำอย่างน้อย 256 MB แต่หากว่าคุณสามารถรองรับค่าใช้จ่ายได้ ให้ใช้ขนาด 512 MB ผู้เขียนเองจะใช้ขนาด 1 GB หากต้องใช้กับโปรแกรมที่ต้องการหน่วยความจำมาก เช่น การตัดต่อวิดีโอ เป็นต้น หน่วยความจำมีราคาถูก คุณจึงไม่ควรตระหนี่ในเรื่องดังกล่าวผู้เขียนมีเพื่อนคนหนึ่งซึ่งใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเก่าที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows XP และหน่วยความจำขนาด 128 MB บริษัท Microsoft แจ้งว่าขนาดดังกล่าวสามารถใช้งานได้ ซึ่งก็ถูก แต่เป็นการทำงานได้แบบไม่ค่อยดีนัก เธอไม่สามารถรัน Microsoft Word ในเครื่องดังกล่าวได้ เหตุผลคือหน่วยความจำไม่เพียงพอที่จะรันทั้ง Windows XP และ Word จึงควรซื้อหน่วยความจำเพิ่มขึ้น เพราะอย่างที่บอกก็คือ หน่วยความจำมีราคาไม่แพง4. ฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
เมื่อพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องฮาร์ดดิสก์ หากคุณต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับวิดีโอเป็นส่วนใหญ่ คุณต้องใช้ฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่ ยิ่งมีขนาดใหญ่มากเท่าใด ก็ยิ่งดีเท่านั้น เพราะไฟล์วิดีโอมีขนาดใหญ่มาก ปัจจุบัน ฮาร์ดดิสก์ขนาด 200 ถึง 250 GB มีอยู่อย่างแพร่หลายและราคาไม่แพงแต่ถ้าไม่ต้องใช้งานดังที่กล่าวมา ฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่ที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถสนองตอบความต้องการของลูกค้าได้อย่างเพียงพอ เพราะแม้แต่เครื่องระดับล่างก็ยังมีฮาร์ดดิสก์ขนาด 40 GB ซึ่งคิดว่าคุณคงใช้ไม่หมด จึงขอแนะนำให้นำเงินส่วนเกินนี้ไปใช้จ่ายอย่างอื่นจะดีกว่า 5. ระบบวิดีโอ
ระบบวิดีโอจะส่งภาพไปยังจอภาพ คอมพิวเตอร์ราคาถูกจำนวนมากจะใช้ RAM ของระบบหลักในการรันวิดีโอ โดยฝังวิดีโอโปรเซสเซอร์ลงในเมนบอร์ด ซึ่งสามารถทำงานได้ แต่ไม่น่าพึงพอใจเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ดีกว่าจะมีบอร์ดวงจรแยกออกต่างหาก เรียกว่าการ์ดจอ การ์ดดังกล่าวจะประกอบด้วยวิดีโอโปรเซสเซอร์และหน่วยความจำ สำหรับการ์ดจอแล้ว หน่วยความจำ RAM ขนาดมาตรฐานคือ 64 MB ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานประจำวันได้เป็นอย่างดีอย่างไรก็ตาม หากว่าคุณต้องใช้งานวิดีโอหรือเล่นเกมส์ขั้นสูง ให้ใช้การ์ดจอที่มี RAM ขนาด 128 MB ส่วนผู้เล่นเกมส์อย่างจริงจังอาจต้องใช้ RAM ขนาด 256 MB 6. จอภาพ
คุณจำเป็นต้องซื้อจอภาพหรือไม่ คนส่วนมากซื้อจอภาพโดยไม่ได้คิด จอภาพไม่จำเป็นที่จะต้องมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์ มีบ่อยครั้ง ที่คุณสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายโดยการไม่เอาจอภาพ ทำไมจึงทำเช่นนั้น ก็เพราะว่า หากคุณพอใจกับจอภาพปัจจุบันที่ใช้งานอยู่ จอภาพนั้นก็สามารถใช้งานได้ดีกับคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ของคุณได้เช่นกัน มีจอภาพพื้นฐานอยู่ 2 ประเภท คือจอชนิด CRT และจอแบน จอ CRT จะมีราคาถูกกว่ามาก และควรซื้อจอภาพ CRT ที่มีขนาดตั้งแต่ 17 นิ้วขึ้นไป โปรดระลึกไว้ว่า การวัดขนาดจอภาพเป็นการวัดตามเส้นทแยงมุม โดยรวมส่วนที่หลบอยู่ใต้กรอบภาพด้วย ทำให้จอภาพ CRT ขนาด 17 นิ้ว จะมีส่วนที่สามารถมองเห็นได้เพียง 16 นิ้วหรือน้อยกว่านั้น จอภาพประเภทจอแบนจะมีราคาแพงกว่าประเภท CRT มาก จอแบนแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ อะนาล็อกและดิจิทัล สัญญาณดิจิทัลเกิดจากคอมพิวเตอร์อยู่แล้วจึงไม่ต้องแปลงสัญญาณ ส่วนจอภาพอะนาล็อกนั้น จะต้องให้ระบบวิดีโอแปลงสัญญาณดิจิทัลจากคอมพิวเตอร์ให้เป็นอะนาล็อกเสียก่อน จึงจะแสดงภาพได้ ผู้ใช้บางคนเห็นว่าสัญญาณดิจิทัลให้ภาพที่คมชัดมากกว่า 7.CD และ DVD
คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะมีออปติคัลไดรฟ์ ซึ่งอาจเป็น CD หรือ DVD นอกจากนี้ คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องยกเว้นเครื่องราคาถูก จะมีเครื่องบันทึกหรือ 'Burner' ("Burning" คือกระบวนการบันทึก CD หรือ DVD) เครื่องบันทึก CD-RW เป็นเครื่องที่ใช้กันแพร่หลายในปัจจุบัน แต่เครื่องบันทึก DVD จะมีในคอมพิวเตอร์ที่มีราคาแพงกว่า DVD ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่มีปัญหาเรื่องมาตรฐานรูปแบบที่ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ คุณอาจเห็นไดรฟ์ DVD+R/RW หรือ DVD-R/RW ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งทั้งสองระบบไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ แต่เครื่องเล่นส่วนมากสามารถเล่นแผ่น R ที่บันทึกจากระบบทั้งสองได้ R หมายถึงแผ่นที่สามารถบันทึกได้เพียงครั้งเดียว ส่วน RW ย่อมาจาก Rewriteable ซึ่งหมายความว่าแผ่นดังกล่าวสามารถบันทึกได้หลายๆ ครั้ง เครื่องบันทึก DVD สามารถบันทึกแผ่น CD ได้เช่นกัน ผู้เขียนขอแนะนำว่าคุณควรซื้อ CD-RW เป็นอย่างน้อย

ที่มา :: www.microsoft.com

------------------------------------------------------------------------------------------------------

 
ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงราคาและข้อมูล อันเนื่องมาจากข้อผิดพลาดในการพิมพ์
กรุณาตรวจสอบรายละเอียดของสินค้าทุกครั้งก่อนทำการสั่งซื้อสินค้า
ถ้าหากคุณพบข้อมูลสินค้าที่ผิดพลาด กรุณาแจ้งทางบริษัทฯ เพื่อดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องต่อไป
NetbookAcer PCAcer PrinterInkJet ProjectorAcer เครื่องทำลายเอกสาร
NetbookAsus PCDell PrinterLaserJet ProjectorBenQ เครื่องเคลือบพลาสติกและเอกสาร
NetbookDell PCHP PrinterDotmatrix ProjectorDell เครื่องเข้าเล่ม
NetbookHP PCLenovo PrinterPlotter DesignJet ProjectorEpson เครื่องแสกนลายนิ้วมือ
NetbookLenovo All-in-OneAcer PrinterInkJet All-in-One ProjectorSony แท่นตัดกระดาษ
NetbookSamsung All-in-OneDell PrinterLaserJet All-in-One ProjectorSanyo เครื่องเจาะ
NetbookToshiba All-in-OneHP PrinterColor LaserJet ProjectorPanasonic เครื่องเจาะรูขนาดใหญ่
NotebookAcer All-in-OneLenovo PrinterColor LaserJet All-in-One ProjectorThoshiba กระดาษพิมพ์Inkjet
NotebookAsus ProjectorView Sonic กระดาษพิมพ์Laser
NotebookDell ProjectorGygar หมึกพิมพ์Inkjet
NotebookHP Project Screen หมึกพิมพ์Laser
NotebookLenovo Benefit Document 2000
NotebookSamsung Windows 7
NotebookToshiba Microsoft office 2007
บริษัท โมเดิร์นเซฟ อินเตอร์เทรด จำกัด
HEAD OFFICE :
เลขที่ 4/1 ซ.เรวดี 45 ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี 11000
HOTLINE :099-320-1152 FAX : 02-5911900
E-mail : Sale@spiritpc.com